โครงงานบูรณาการเมี่ยงเต้าเจี้ยว (รายวิชาแนะแนว)
เมี่ยงเต้าเจี้ยวในหัวข้อเรื่องอาชีพที่หลากหลาย
เมี่ยงเต้าเจี้ยว เนื่องจากว่าจังหวัดตากหรือเมืองตากนั้นมีเมี่ยงหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะทานกับใบเมี่ยง (ใบชาหมัก) จะมีไส้เมี่ยงหลายลักษณะ เช่น ใช้เนื้อมะพร้าวหั่นเป็นฝอย ๆ ถั่วลิสง และกระเทียม นำไปทอดให้เหลืองกรอบ โดยทอดทีละอย่าง นำมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน เมื่อเย็นดีแล้วนำมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน อีกชนิดหนึ่งใช้มะพร้าวขูดเป็นเส้นแบบทำมะพร้าวแก้ว ถั่วลิสง กระเทียม น้ำปลา น้ำตาลปีบ ทอดในน้ำมัน โดยทอดมะพร้าวก่อนพอเริ่มเหลืองก็ใส่ถั่วลิสง และส่วนผสมอื่นๆทีละอย่าง ต้องมีความชำนาญจึงทราบว่าควรใส่ส่วนผสมใด ตอนไหน ส่วนผสมทุกอย่างถึงจะสุกพร้อมกันพอดี จากนั้นเคี่ยวต่อจนทุกอย่างเหลืองกรอบเกาะตัวกันเป็นก้อน นำขึ้นจากน้ำมันพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เมื่อเย็นแล้วจะได้ไส้เมี่ยงที่เกาะตัวกันเป็นก้อนมีความหวาน มัน ถ้าเป็นเมี่ยงแคบหมู ก็ประกอบด้วย ถั่วลิสงทอด กระเทียมเจียว แคบหมูหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เกลือป่น และน้ำตาลทราย ตัวอย่างเมี่ยงข้างต้นนี้หาซื้อเป็นของฝากได้เวลาไปเที่ยวเมืองตาก เหตุที่คนตากนิยมทานเมี่ยงซึ่งส่วนใหญ่มีมะพร้าวเป็นตัวหลัก ดังนั้นจึงมีกะลามะพร้าวมาก และเค้าก็เอามาทำกระทงสำหรับลอยในวันลอยกระทง
1 อาชีพเกษตรกรรม (ปลูกใบชะพลู)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper sarmentosum Roxb.
ชื่อสามัญ : Wildbetal Leafbush
วงศ์ : PIPERACEAE
ชื่ออื่น/ชื่อถิ่น ช้าพลู (ภาคกลาง) ชะพลูเถา เฌอภลู (สุรินทร์) ผักปูนา ผักปูลิง ผักปูริง ปูลิงนก ผักพลูนก ผักอีไร ผักอีเลิศ (ภาคอีสาน) พลูลิง (ภาคเหนือ) เย่เท้ย (แม่ฮ่องสอน) พลูนก ผักปูนก (พายัพ) พลูลิงนก (เชียงใหม่) นมวา (ใต้)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ชะพลูเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มักขึ้นทั่วไปตามที่เปียกชื้น ปลูกขึ้นง่าย เจริญเติบโตได้ดี มีลักษณะเป็นเถาเลื้อยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ลำต้นแบ่งเป็นข้อโดยตามข้อจะมีรากช่วยในการยึดเกาะ มีกลิ่นเฉพาะตัว ใบมีสีเขียวสดเป็นมัน คล้ายกันกับใบ พลูที่ใช้เคี้ยวกินกับหมาก ฐานใบกว้าง ปลายใบแหลมคล้ายรูปหัวใจหรือใบโพธ์เล็กน้อย เห็นเส้นใบชัดเจน ใบมีกลิ่นฉุน มีรสเผ็ดเล็กน้อย ดอกสีขาวมีขนาดเล็กจะออกเป็นช่อ
สารที่พบ
ชะพูลมีน้ำมันหอมระเหยที่ทำให้เกิดกลิ่นเผ็ดฉุน และมีคุณค่าทางสารอาหารที่สำคัญ คือ มีแคลเซียม และสารเบต้า-แคโรทีนจากการศึกษาของ มหาวิทยาลัยมหิดลโดยศึกษาฤทธิ์การลดน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากใบชะพลู โดยการ ใช้น้ำสกัดเอาสารสำคัญของชะพลูทั้งต้นโดยใช้หนูทดลอง โดยการแบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม โดยหนูกลุ่มที่1จะเหนี่ยวนำทำให้เป็นเบาหวาน และหนูกลุ่มที่ 2 จะเป็นหนูปกติ แล้วฉีดสารสกัดของชะพลูเข้าไปในหนูทั้งสองกลุ่ม จากนั้นวัดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อฉีดเข้าไปครั้งแรก
พบว่าสารสกัดชะพลูในขนาด 0.125 และ 0.25 กรัมต่อน้ำหนักของหนู 1 กิโลกรัม ไม่ช่วยลดระดับน้ำตาลของหนูกลุ่ม ที่เป็นเบาหวานแต่เมื่อให้สารสกัดต่อไปอีก 7 วันพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูกลุ่มที่เป็นเบาหวานลดลงซึ่งผู้ทดลองก็ได้ นำยาแผนปัจจุบัน คือ ไกลเบนคลาไมด์ (Glibenclamide) มาทดสอบกับหนูทั้งสองกลุ่มเช่นกันพบว่าได้ผลเช่นเดียวกับสารสกัดชะพลู
พบว่าสารสกัดชะพลูในขนาด 0.125 และ 0.25 กรัมต่อน้ำหนักของหนู 1 กิโลกรัม ไม่ช่วยลดระดับน้ำตาลของหนูกลุ่ม ที่เป็นเบาหวานแต่เมื่อให้สารสกัดต่อไปอีก 7 วันพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูกลุ่มที่เป็นเบาหวานลดลงซึ่งผู้ทดลองก็ได้ นำยาแผนปัจจุบัน คือ ไกลเบนคลาไมด์ (Glibenclamide) มาทดสอบกับหนูทั้งสองกลุ่มเช่นกันพบว่าได้ผลเช่นเดียวกับสารสกัดชะพลู
ในใบชะพลู 100 กรัม ให้พลังงานกับร่างกาย 101 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย
ข้อควรระวัง
ไม่ควรรับประทานใบชะพลูมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการเวียนศรีษะ และทำให้มีการสะสมของสารออกซาเลท (Oxalate) ในร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคนิ่วในไต
สรรพคุณ:
ส่วนที่ใช้ประกอบอาหาร
ใบสดมีรสเผ็ดซ่าลวกเป็นผักจิ้มหรือรับประทานสดโดยใช้เป็นใบห่อเมี่ยงคำ เมี่ยงปลาทู รองก้นกระทงห่อหมก ซอยใส่ข้าวยำ หรือนำไปชุบแป้งทอดเป็นกับแกล้มก็ได้ นอกจากนี้ใบอ่อนนำไปใส่ในแกงกะทิต่าง ๆ เช่นคั่วไก่
การปลูกต้นชะพลู
1.พันธุ์ แบ่งได้ 2 แบบคือ พันธุ์ที่เป็นพันธุ์พุ่มเล็ก และพันธุ์ที่เป็นเถาเลื้อย(ที่มีปลูกอยู่ในบ้านเรา)
2. การเตรียมดิน ไถดินตาก 7-10 วัน พรวนดินขุดหลุมลึกประมาณ 1 หน้าจอบใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าให้เข้ากับดินใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 30 เซนติเมตร ระหว่างแถว 50 เซนติเมตร
3. การปลูก นำยอดชะพลูยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร เด็ดใบออกให้หมดนำลงปลูกในหลุมใช้ 2-3 ยอดต่อหลุม กลบดิน รดนํ้าให้ชุ่ม ชะพลูเป็นพืชที่ชอบนํ้าและแสงลำไร นิยมปลูกในสวนผลไม้หรือในที่ที่มีแสงลำไร
4. การให้นํ้า ชะพลูเป็นพืชที่ต้องการนํ้ามากฉะนั้นควรให้นํ้าอยู่เสมออย่าได้ขาด
5.การใส่ปุย พิจารณาใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ทุกๆ 15-20 วันในการปลูกเป็นการค้า
6. การเก็บเกี่ยว ชะพลูถ้ามีการดูแลรักษาที่ดีจะสามารถตัดขายได้เมื่ออายุ 2 เดือนโดยใช้มีดหรือกรรไกรตัดยอดยาวประมาณ 20 เซนติเมตรมัดเป็นกำส่งขายต่อไป
7. โรคและแมลง ไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลง
3. การปลูก นำยอดชะพลูยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร เด็ดใบออกให้หมดนำลงปลูกในหลุมใช้ 2-3 ยอดต่อหลุม กลบดิน รดนํ้าให้ชุ่ม ชะพลูเป็นพืชที่ชอบนํ้าและแสงลำไร นิยมปลูกในสวนผลไม้หรือในที่ที่มีแสงลำไร
4. การให้นํ้า ชะพลูเป็นพืชที่ต้องการนํ้ามากฉะนั้นควรให้นํ้าอยู่เสมออย่าได้ขาด
5.การใส่ปุย พิจารณาใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ทุกๆ 15-20 วันในการปลูกเป็นการค้า
6. การเก็บเกี่ยว ชะพลูถ้ามีการดูแลรักษาที่ดีจะสามารถตัดขายได้เมื่ออายุ 2 เดือนโดยใช้มีดหรือกรรไกรตัดยอดยาวประมาณ 20 เซนติเมตรมัดเป็นกำส่งขายต่อไป
7. โรคและแมลง ไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลง
2 อาชีพการขายเมี่ยงเต้าเจี้ยว
เป็นอาชีพที่ต้องใช้วัสถุดิบมาใช้ในการผลิตและขาย
ส่วนผสม
พริกขี้หนูสด
ตะไคร้ซอย
ขิงสดหั่นชิ้นสี่หลี่ยม
มะนาวหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม
กระเทียมสด (จะใช้หอมแดงแทนก็ได้ หากไม่ชอบกลิ่นกระเทียมสด)
ถั่วลิสงคั่ว
มะพร้าวขูดเป็นเส้นยาวๆ
ข้าวตากคั่ว หรือทอด (เราใช้ข้าวสุก ๑ กำมือ วางใส่จานผึ่งแดดผึ่งลมไว้พอแห้งก็เอามาทอด)
มะเขือพวงดิบ (ไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ เราไม่มีก็ไม่ใส่)
กุ้งแห้ง (บางคนก็ไม่ใส่)
แคบหมู (บางคนก็ไม่ใส่)
ส่วนผสม
พริกขี้หนูสด
ตะไคร้ซอย
ขิงสดหั่นชิ้นสี่หลี่ยม
มะนาวหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม
กระเทียมสด (จะใช้หอมแดงแทนก็ได้ หากไม่ชอบกลิ่นกระเทียมสด)
ถั่วลิสงคั่ว
มะพร้าวขูดเป็นเส้นยาวๆ
ข้าวตากคั่ว หรือทอด (เราใช้ข้าวสุก ๑ กำมือ วางใส่จานผึ่งแดดผึ่งลมไว้พอแห้งก็เอามาทอด)
มะเขือพวงดิบ (ไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ เราไม่มีก็ไม่ใส่)
กุ้งแห้ง (บางคนก็ไม่ใส่)
แคบหมู (บางคนก็ไม่ใส่)
